ปราชญ์เกษตรผู้ทรงภูมิปัญญาและมีคุณูปการต่อภาคการเกษตรไทย "ศ.ระพี สาคริก"

     ขอแสดงความยินดีเป็นอย่างยิ่งต่อ อาจารย์ ระพี สาคริก ที่ได้รับคัดเลือก "ปราชญ์เกษตรผู้ทรงภูมิปัญญาและมีคุณูปการต่อภาคการเกษตรไทย" ในพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ปีพุทธศักราช 2552
     ปีนี้เป็นปีแรกที่ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้คัดเลือกปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน เข้ารับพระราชทานประกาศเกียรติคุณในงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ปี 2552 ซึ่งในสาขา ปราชญ์เกษตรผู้ทรงภูมิปัญญาและมีคุณูปการต่อภาคการเกษตรไทย ผู้ได้รับการแต่งตั้งได้แก่ ศ.ระพี สาคริก นักวิจัยและนัก วิชาการเกษตร ผู้บุกเบิกวงการกล้วยไม้ของประเทศสู่สากล อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และรมช.กระทรวงเกษตรฯ ศ.ระพี สาคริกเป็นบุคคลแรกที่ทำให้เปลี่ยนจุดศูนย์กลางของกล้วยไม้มาสู่ประเทศไทย สื่งที่ท่านได้ศึกษาค้นคว้ามาตลอดนับว่าเป็นคุณประโยชน์อย่างมากต่อวงการ เกษตร โดยเฉพาะในวงการศึกษาและวงการกล้วยไม้ จนได้รับการกล่าวขานว่าเป็น บิดาแห่งกล้วยไม้ไทย | | | ร่วมลงชื่อแสดงความยินดี | | |

ศาสตราจารย์ระพี สาคริก

      ศาสตราจารย์ระพี สาคริก เกิดที่วรจักร เขตป้อมปราบ กรุงเทพมหานคร เป็นบุตรชายคนโตของขุนตำรวจเอก พระมหาเทพกษัตริยสมุห (เนื่อง สาคริก) และคุณแม่สนิท ภมรสูตร เริ่มต้นการศึกษาระดับประถมที่โรงเรียนสามเสนวิทยาคาร และจากนั้นได้ย้ายโรงเรียนอีกหลายแห่ง ตั้งแต่โรงเรียนเซนต์คาเบรียล โรงเรียนจิตรลดา โรงเรียนนาฏศิลป์ โรงเรียนวัดเบญจมบพิตรหรือ โรงเรียนมัธยมวัดเบญจมบพิตรใน ปัจจุบัน จนจบชั้นมัธยมบริบูรณ์ และได้รับประกาศนียบัตรจากกระทรวงศึกษาธิการถึง 2 ใบจากนั้น จึงได้เข้าศึกษาต่อที่โรงเรียนเตรียมวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (ต่อมาสถาปนาขึ้นเป็นมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ หลักสูตรปริญญาตรี 5 ปี เมื่อ พ.ศ. 2486)ซึ่งเปิดสอนระดับเตรียมมหาวิทยาลัยที่แม่โจ้ จังหวัดเชียงใหม่ โดยศึกษาในคณะเกษตร ศาสตราจารย์ระพี สาคริกได้เลือกศึกษาด้านกสิกรรมและสัตวบาล สาขาปฐพีวิทยาระดับปริญญาตรีและได้รับพระราชทานปริญญาบัตรเมื่อ พ.ศ. 2490| | | อ่านต่อ | | || | | ดาวน์โหลด | | |

ครูระพี สาคริก

               หวนกลับไปนึกถึงช่วงวันที่ 13 เมษายน พ.ศ.2520 ขณะนั้นฉันดำรงตำแหน่งอธิการบดี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ แต่ตำแหน่งนี้ไม่ว่ามันจะสูงแค่ไหนก็ยังไม่สูงเท่ากับวิญญาณความเป็นครูของฉัน ซึ่งทำหน้าที่เป็นพ่อของลูกๆ ทุกคน แม้จะมีจำนวนร่วมหมื่นกว่าคนแล้ว อีกทั้งรวมถึงคนงานภารโรงที่ดายหญ้าอยู่ข้างถนนบนเส้นทางสายเกษตร

ประวัติการเพาะเมล็ดกล้วยไม้ในขวด

หวนกลับไปนึกถึงช่วงปี พ.ศ.2470 ซึ่งขณะนั้นคนไทยหลายคนตื่นเต้นกับเรื่องการเพาะเมล็ดกล้วยไม้กันมาก เพราะต่างคนก็ต่างวาดฝันไว้ว่า กล้วยไม้ที่ขึ้นไปอยู่บนต้นไม้นั้นใครเป็นคนเอาเมล็ดไปเพาะให้มันงอกได้

นี่แหละคือจิตวิญญาณคนไทยที่เห็นกล้วยไม้เป็นของเทวดา เพราะต่างคนต่างก็ไม่รู้ความจริง แล้วนำมาหวงความรู้กันเอง ฉันรู้สึกในช่วงนั้นว่า ถ้าใครเพาะเมล็ดกล้วยไม้ได้คงจะเป็นผู้วิเศษมาเกิด

ธรรมมะกับชีวิตประจำวัน

               ในเมื่อหลักธรรมะได้ชี้ไว้ชัดเจนว่า “เหตุของสิ่งทั้งหลายอยู่ในรากฐานมนุษย์แต่ละคน”การศึกษาธรรมะ จึงน่าจะค้นหาได้ที่ตนเอง ไม่ว่าต้องการรู้เรื่องใดๆ หากพึงประสงค์ที่จะรู้ได้ถึงแก่น